 |
| 7.1 |
กติกากำหนดรูปแบบการแข่ง (SPORTING REGULATIONS) |
| |
7.1.1 |
GYMKHANA เป็นการแข่งกับเวลา (TIME TRIAL) ชนิดหนึ่ง ซึ่งใช้ลานกว้างเป็นสังเวียนของการแข่ง โดยที่รถแข่งจะต้องวิ่งไปตามลู่ที่วาง PYLONS ไว้เป็นแนวกำหนดเขตของเส้นทาง |
| |
7.1.2 |
สนามแข่ง |
| |
|
7.1.2.1 |
การวางรูปแบบสนามเน้นถึง CAR-CONTROL ของนักขับและ HANDLING ของรถเป็นสำคัญ จะต้องไม่มีช่วงใดที่รถแข่งคันที่เร็วที่สุดทำความเร็ว ได้เกินความเร็วที่กฎหมายกำหนดบนถนนสาธารณะ (90 กม./ชม.) |
| |
|
7.1.2.2 |
เส้นทางวิ่งต้องกำกับขอบเขตสองข้างทางด้วย PYLONS อย่างต่อเนื่องให้ประกอบด้วย SLALOM, BUS-STOP, โค้งวงกว้าง, ทางตรงสั้นๆ และ U-TURN |
| |
7.1.3 |
ผู้ร่วมแข่งขัน |
| |
|
7.1.3.1 |
ผู้ประสงค์จะแข่ง GYMKHANA ต้องสมัครเข้าแข่งอย่างเป็นทางการในรุ่นของรถแข่งที่ผู้จัดกำหนดขึ้น ให้มีความเสมอภาคระหว่างรถต่างยี่ห้อในรุ่นเดียวกัน (ผู้ประสงค์จะแข่งเป็นครั้งแรกหรือยังไม่ได้รับใบอนุญาตขับรถแข่งถาวร ต้องขอทำใบอนุญาตขับรถแข่ง GYMKHANA แบบชั่วคราวที่ใช้ได้เป็นคราวๆเท่านั้น) |
| |
|
7.1.3.2 |
ผู้สมัครแข่งต้องนำรถที่จะใช้แข่งเข้ารับการตรวจสภาพ เพื่อยืนยันเกณฑ์ความปลอดภัยและลักษณะจำเพาะให้ตรงกับรุ่นที่สมัครเข้าแข่ง |
| |
|
7.1.3.3 |
ผู้สมัครแข่งมีโอกาสทำความคุ้นเคยกับเส้นทางวิ่งด้วยการเดินเท้าไปตามแนวทางวิ่ง (WALK THE COURSE) ระหว่าง PYLONS |
| |
|
7.1.3.4 |
ผู้สมัครแข่งทุกคนต้องเข้าร่วมประชุม (DRIVERS BRIEFING) เพื่อซักซ้อมความเข้าใจกับนายสนามและกรรมการควบคุมการแข่งขัน |
| |
7.1.4 |
การดำเนินการแข่งขัน |
| |
|
7.1.4.1 |
ในกรณีที่มีจำนวนผู้สมัครไม่มาก ผู้สมัครแข่งอาจได้ลงสนามซ้อมขับในเส้นทางจริง แต่ในกรณีที่มีจำนวนผู้แข่งมาก อาจจะไม่มีเวลาลงสนามซ้อมขับก็ได้ ให้ถือว่าการเดินเท้า (WALK THE COURSE) เป็นการทำความคุ้นเคยที่เพียงพอแล้ว |
| |
|
7.1.4.2 |
GYMKHANA เริ่มจับเวลาแบบ ROLLING-START กล่าวคือรถแข่งจะจอดนิ่งอยู่หลังแนวเส้นออกรถที่ผู้จัดแข่งกำหนด ในกรณีที่ใช้ลำแสงเป็น SENSOR นาฬิกาจับเวลาจะเริ่มเดินเมื่อส่วนหน้าสุดของรถหรือยางหน้าของรถแข่งเคลื่อนเข้าตัดลำแสงสัญญาณ (ในกรณีที่ใช้มือกดนาฬิกา กรรมการจับเวลาจะกดนาฬิกาให้เริ่มเดินเมื่อส่วนหน้าสุดของรถหรือยางหน้าของรถผ่านเส้นออกรถ) |
| |
|
7.1.4.3 |
ตลอดเส้นทางวิ่ง รถแข่งจะต้องวิ่งบนลู่ในแนวอาณาเขต (BOUNDARY) ที่กำหนดโดย PYLONS การออกนอกเขต (OUT OF BOUND หรือ OFF THE COURSE) จะได้รับโทษปรับเวลา (TIME-PENALTY) ในอัตราที่กำหนด หรือ DISQUALIFIEDสำหรับการจับเวลาครั้งนั้น |
| |
|
7.1.4.4 |
รถแข่งที่สะกิด PYLON เคลื่อนออกจากตำแหน่ง หรือชน PYLON ล้ม จะได้รับโทษปรับเวลา (TIME-PENALTY) ในอัตราที่กำหนด |
| |
7.1.5 |
การจับเวลา |
| |
|
7.1.5.1 |
นาฬิกาจับเวลาจะหยุดเดินเมื่อส่วนหน้าสุดของรถหรือยางหน้าของรถผ่านเส้น FINISH แต่รถแข่งจะต้องเข้าไปหยุดนิ่งอยู่ภายใน คอก ที่กำหนดโดยไม่สะกิดหรือชน PYLON ที่ล้อมคอกไว้ |
| |
|
7.1.5.2 |
รถแข่งแต่ละคันต้องได้รับโอกาสวิ่งจับเวลาอย่างน้อย 2 ครั้ง ให้ถือเอาเวลาที่ดีที่สุด (นับรวมโทษปรับเวลาด้วย) เพื่อเทียบกับรถแข่งคันอื่นในรุ่นเดียวกัน |
| |
|
7.1.5.3 |
ลำดับการจับเวลา |
| |
|
|
7.1.5.3.1.ผู้จัดแข่งอาจจัดเวลาให้รถแข่งในรุ่นเดียวกันเข้าจับเวลาคันละอย่างน้อย 2 ครั้งจนหมดรุ่น หรือ |
| |
|
|
7.1.5.3.2. ผู้จัดแข่งอาจจัดเวลาให้รถแข่งในรุ่นเดียวกันเข้าจับเวลางวดละ 1 ครั้งจนหมดรุ่นไปพลางก่อน แล้วจึงวนกลับมาสู่รุ่นนี้ในงวดต่อไปภายหลัง หรือ |
| |
|
|
7.1.5.3.3. ผู้จัดแข่งอาจจัดให้รถแข่งต่อคิวเข้าจับเวลาตามความสมัครใจจนกว่าทุกคันจะได้เข้าจับเวลาครบคันละอย่างน้อย 2ครั้ง หรือจนกว่าจะไม่มีรถในคิว หรือจนกว่าจะหมดเวลาในโปรแกรม หรือจนกว่าจะไม่สามารถแข่งต่อได้ด้วยเหตุสุดวิสัย |
| |
7.1.6 |
หลักเกณฑ์การจัดแข่งเพื่อชิงตำแหน่งแชมป์ประเทศไทย |
| |
|
7.1.6.1 |
ผู้จัดแข่งรายเดียวหรือหลายรายร่วมกันจัดแข่งตลอดปีไม่น้อยกว่า 10 สนาม |
| |
|
7.1.6.2 |
ให้นักแข่งเฉพาะรุ่น MODIFIED-A, MODIFIED-B และ MODIFIED-C ต่างสะสมคะแนนของรุ่นเพื่อตัดสินแซมป์ประเทศไทย 3 ตำแหน่ง |
| |
|
7.1.6.3 |
แต่ละรุ่นจะต้องมีผู้สมัครสนามละไม่น้อยกว่า 8 รายจึงจะให้สะสมคะแนนได้ |
| |
|
7.1.6.4 |
อัตราคะแนนของ 8 อันดับแรกคือ 10-8-6-5-4-3-2-1 |
| 7.2 |
กติกากำหนดลักษณะรถแข่ง (TECHNICAL REGULATIONS) |
| |
7.2.1 |
ลักษณะจำเพาะของรถแข่ง GYMKHANA
รถแข่งสำหรับใช้ในการแข่ง GYMKHANA ที่รับรองโดยราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มีดังต่อไปนี้คือ |
| |
|
7.2.1.1 |
ประเภท SHOWROOM (สภาพเดิมจาก SHOWROOM) แบ่งเป็น 3 รุ่นคือ |
| |
|
|
7.2.1.1.1. "A-SHOWROOM" PERFORMANCE INDEX: เกินกว่า 97.00 |
| |
|
|
7.2.1.1.2. "B-SHOWROOM" PERFORMANCE INDEX: เกินกว่า 94.00 แต่ไม่เกิน 97.00 |
| |
|
|
7.2.1.1.3. "C-SHOWROOM" PERFORMANCE INDEX: ตั้งแต่ 94.00 ลงมา |
| |
|
7.2.1.2 |
ประเภท MODIFIED (ดัดแปลงสภาพ) แบ่งเป็น 3 รุ่นคือ |
| |
|
|
7.2.1.2.1. "A-MODIFIED" PERFORMANCE INDEX: เกินกว่า 103.00 |
| |
|
|
7.2.1.2.2. "B-MODIFIED" PERFORMANCE INDEX: เกินกว่า 100.00 แต่ไม่เกิน 103.00 |
| |
|
|
7.2.1.2.3. "C-MODIFIED" PERFORMANCE INDEX: ตั้งแต่ 100.00 ลงมา |
| |
|
7.2.1.3 |
ประเภท ต้นแบบ (EXPERIMENTAL) |
| |
|
|
7.2.1.3.1. "A-X" (HIGH DOWN-FORCE) |
| |
|
|
7.2.1.3.2. "B-X" (LOW DOWN-FORCE) |
| |
7.2.2 |
PERFORMANCE INDEX
หมายถึง ค่าประเมินสมรรถนะของรถแข่งแต่ละคัน ที่คำนวณได้ตามวิธีการที่กำหนดในตารางคำนวณฯ ต่อไปนี้ |